ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในทุกภาคส่วนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลายกิจการต้องเผชิญกับภาวะรายได้ที่ลดลงจากข้อจำกัดด้านการดำเนินชีวิตของผู้คน ทำให้กำลังซื้อและการใช้จ่ายในสินค้าและบริการต่าง ๆ ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มาตรการควบคุมและการเฝ้าระวังจากภาครัฐก็ยิ่งเข้มงวด ส่งผลโดยตรงต่อจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และทำให้ผลประกอบการของหลายธุรกิจลดลง
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจก่อสร้างเองก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน เนื่องจากโครงการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นงานรับเหมาก่อสร้างโรงงาน โกดัง อาคารพาณิชย์ หรือที่อยู่อาศัย ล้วนเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว หลายโครงการที่วางแผนไว้จึงต้องถูกเลื่อนหรือชะลอออกไป เพื่อจัดสรรงบประมาณไปยังส่วนที่จำเป็นมากกว่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการและบริษัทรับเหมาก่อสร้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ สถานการณ์โควิด-19 ยังสร้างข้อจำกัดในด้านการเดินทางและการขนส่ง ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งวัสดุก่อสร้าง การเดินทางของทีมงาน หรือการควบคุมการรวมตัวของบุคลากรในไซต์งานตามมาตรการของภาครัฐ สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้กระบวนการก่อสร้างเกิดความล่าช้า และอาจไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น
ธุรกิจก่อสร้างควรปรับตัวอย่างไรเพื่อให้อยู่รอด
แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับธุรกิจทุกระดับ แต่หากสามารถตั้งรับอย่างมีสติ และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal ก็ยังสามารถประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้แน่นอน
สำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง แนวทางสำคัญคือการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น และจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณให้เหมาะสม เนื่องจากงานก่อสร้างมีต้นทุนค่อนข้างสูง ทั้งค่าแรง วัสดุ และงานระบบต่าง ๆ การวางแผนที่รอบคอบจะช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นโดยไม่กระทบต่อคุณภาพงาน
ในด้านการตลาดและการสื่อสาร ควรปรับรูปแบบการนำเสนอให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น โดยเน้นแสดงจุดแข็งของบริษัท ทั้งในด้านคุณภาพงาน ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ที่ผ่านมา รวมถึงการนำเสนอรูปแบบบริการที่ตอบโจทย์สถานการณ์ เช่น แนวทางการประหยัดงบประมาณ หรือแพ็กเกจที่ยืดหยุ่นมากขึ้นสำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เป็นต้น
นอกจากนี้ ความรอบคอบในการบริหารโครงการยังเป็นสิ่งสำคัญมากขึ้นกว่าเดิม เพราะความล่าช้าและความไม่แน่นอนอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การติดตามงานอย่างใกล้ชิด การประสานงานที่มีประสิทธิภาพ และการวางแผนสำรอง จะช่วยลดความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที
สุดท้าย การสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อทีมงานและลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยในไซต์งาน หรือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน แต่ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดี และเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจก่อสร้างในระยะยาวอีกด้วย




